มวยสากล

มวยสากล (Boxing Online)

มวยสากล

   มวย เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ดิบเถื่อนที่สุดก็ว่าได้ เพราะไม่มีอาวุธหรือเครื่องป้องกันอะไร มีแค่หมัดที่ไว้ต่อสุ้หรือป้องกันตัวเท่านั้น การต่อสู้กันด้วยหมัดมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในปัจจุบันการต่อสู้กันด้วยหมัดลดความรุนแรงลงมาก และกลายมาเป็นสิ่งบันเทิงและการพนัน มวย เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในปัจจุบัน

ประวัติของมวยสากล

   มวยสากล เริ่มต้นจากการชกของมวยพื้นบ้านของทุกที่ในโลก เชื่อกันว่าการต่อสู้กันด้วยกำปั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนคริสต์ศักราช จากหลักบานที่เก่าแก่ที่พอหาได้ คือ ในปี 900-600 ปีก่อนคริสต์ศักราช ได้มีการชกมวยโดยใช้หนังสัตว์มาห่อหุ้มข้อมือเวลาชก ต่อมาในปี 400-200 ปีก่อนคริสต์ศักราช การชกมวยก็ยังมีอยู่ตลอด แต่ในยุคนี้นักมวยต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก การชกจะจับคู่ชกแล้วชกกันโดยไม่มีการพัก นักมวยคนไหนหมดแรงไปก่อนหรือชกต่อไม่ไหวก็แพ้ไป ต่อมาในยุคโรมัน ได้มีการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเป็นที่โด่งดังมากในชื่อ แกลดิเอเตอร์ซึ่งจะเป็นการต่อสู้กันของคนกับคน หรือ คนกับสัตว์ นักสู้มีทั้งมือเปล่าและแบบมีอาวุธ

กำเนิดนวมชกมวย

  ‘นวมถูกสร้างขึ้นหลังปี ค.ศ.1693 เพื่อลดความรุนแรงของการชกมวยด้วยมือเปล่า แต่นวมยังไม่ถูกนำไปใช้จริง เพราะผู้คนยังเคยชินกับการดูมวยที่ชกกันแบบไม่ใส่นวม   จนในปี ค.ศ. 1889 แชมป์นักมวยด้วยมือเปล่าอย่างนายจอห์น แอล ซิลลิแวน ได้ออกมาประกาศหลังได้แชมป์ว่า จะไม่ขอชกมวยด้วยมือเปล่าอีกต่อไป จากจุดนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนในวงการมวย เริ่มให้คิดได้และให้ความสำคัญกับการใส่นวมในการชกมวย

กติกามวยสากล

   มวยสากลโดยทั่วไปจะชกกัน 5-12 ยก แล้วแต่รายการแข่งขันแต่ละรุ่นแต่ละรายการ การชกจะชกยกละ 3 นาที การตัดสินแพ้-ขนะในมวยสากล คือ น็อคเอาท์คือการชกจนอีกฝ่ายลงไปนอนกับพื้น กรรมการจะทำการนับ 1 ถึง 10 ถ้าลุกขึ้นมาแล้วสภาพพร้อมที่ชกต่อก่อนนับเกิน 8 จะได้ชกต่อแต่ในภาษามวยถือว่า โดนนับแต่ถ้าไม่สามารถลุกขึ้นมาหรือลุกขึ้นมาแล้วไม่พร้อมชกต่อจะถูกให้แพ้ทันที  การชนะอีกแบบคือ เทคนิคเคิลน็อคเอาท์ คือเมื่อชกไปแล้วกรรมการมองว่าสู้กันไม่ได้หรือห่างชั้นกันเกินไป กรรมการก็จะให้หยุดการแข่งและทันที  หรืออีกแบบคือ สภาพร่างกายบอบช้ำ, เลือดออก ไม่พร้อมที่จะชกต่อ กรรมการก็สามารถตัดสินให้แพ้แบบทคนิคเคิลน็อคเอาท์ได้เช่นกัน ส่วนนักมวยที่ชกกันจนครบยกจะมีกรรมการข้างสนามตัดสินว่าใครจะชนะ จะเรียกว่า ชนะคะแนน

รุ่นน้ำหนักของมวยสากล

   การชกมวยสากล การได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน คือ ช่วงชก และ น้ำหนัก โดยปกติคนที่น้ำหนักมากกว่า จะสร้างแรงประทะได้ดีกว่า หรือ หมัดหนักกว่านั่นเอง ในมวยสากล จะแบ่งการชกออกเป็นรุ่น ตามน้ำหนักที่ต่างกัน ตามนี้

 – รุ่นไลท์ฟลายเวท น้ำหนัก 46-49 กิโลกรัม

 – รุ่นฟลายเวท      น้ำหนัก 49-52 กิโลกรัม

 – รุ่นแบนตั้มเวท    น้ำหนัก 52-56 กิโลกรัม

 – รุ่น ไลท์เวท        น้ำหนัก 56-60 กิโลกรัม

 – รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท์  น้ำหนัก 60-64 กิโลกรัม

 – รุ่นเวลเตอร์เวท    น้ำหนัก64-69 กิโลกรัม

 – รุ่นมิดเดิลเวท    น้ำหนัก 69-75 กิโลกรัม

 – รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท  น้ำหนัก  75-81 กิโลกรัม

  การชกมวยสากลแต่ละรายการจะมีกำหนดไว้ว่าเป็นการชกรุ่นไหน โดยนักมวยต้องทำการชั่งน้ำหนักกันชกตามวันที่กำหนด นักมวยต้องควบคุมน้ำหนักตัวเองให้เป็นไปตามรุ่นที่ตัวเองช หรือถ้าต้องการจะข้ามรุ่นไปชกรุ่นต่อไป ต้องเพิ่มน้ำหนักให้ถึงตามน้ำหนักของแต่ละรุ่น

อุปกรณ์มวย

  นักมวยจะมีอุปกรณ์การชกที่สำคัญมาก เป็น นวม, กางเกง, ฟันยาง ส่วนสนามชกมวยจะเป็นฝ่ายจัดการแข่งขันที่จะเตรียมพร้อมไว้และต้องเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลด้วย

นวม

   นวม คือ อุปกรณ์ที่ช่วยลดความแรงของการชก  เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อนักมวยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นวมจะใช้ 2 สี เวลาชกมวยสากล คือ สีแดง และ สีน้ำเงิน นวมจะถูกแบ่งเป็นหลายระดับตามน้ำหนักออนซ์ มีแบบ 4,6,8,10,12,14,16 ออนซ์ นวมที่มีน้ำหนักออนซ์มากจะป้องกันแรงชกได้มากตาม ปกติในการซ้อมนักมวยมักจะเลือกใช้นวม 14 หรือ 16 ออนซ์ ส่วนในการแข่งส่วนใหญ่จะใช้แบบ 10 ออนซ์

การแต่งกายของนักมวย

 นักมวยสากลและนักมวยสากลสมัครเล่นจะแต่งกายต่างกันในบางที่ เวลาชกนักมวยต้องแต่งกายให้เป็นไปตามกฏกติกา มวยสากล จะไม่ใส่เฮดการ์ด ส่วนมวยสากลสมัครเล่นส่วนหัวต้องใส่เฮดการ์ด กางเกงขาสั้นและไม่เกินเข่า มวยสากลนักมวยจะไม่ใส่เสื้อเวลาชก ส่วนมวยสากลสมัครเล่นนักมวยต้องใส่เสื้อกล้ามด้วย รองเท้านักมวยจะเป็นรองสำหรับชกมวยโดยเฉพาะจะออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา เพื่อให้นักมวยเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วที่สุด นักมวยทุกคนต้องใส่ฟันยางเวลาชกเพื่อป้องกันฟัน และที่สำคัญ นักมวยทุกคนต้องใสกระจับเพื่อป้องอวัยวะเพศชาย

ประวัติมวยสากลของประเทศไทย

  คนไทยเรียกมวยสากลว่า มวยฝรั่งเพราะคนไทยมีมวยไทยที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว เมื่อมวยสากลเข้ามาในประเทศไทย ผู้ที่นำมวยสากลมาเผยแพร่ในไทยคือ หม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดีกุล เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1912 มวยสากลได้ถูกให้มีการจัดชกตั้งรุ่นนักเรียนไปจนถึงรุ่นใหญ่ แต่ยังไม่สามารถได้รับความนิยมเท่ามวยไทยได้ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2472 ได้มีการจัดการแข่งขันชกมวยสากลระหว่างนักมวยต่างชาติและนักมวยไทย ทำให้มวยสากลได้รับความสนใจจากผู้คนมากขึ้น ปัจจุบันทั้งมวยไทยและมวยสากล เป็นกีฬาที่คนไทยนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ  ปัจจุบันมวยสากลเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันจากทั่วโลก สามารถติดตามหาข่าวสารได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก รวมไปถึงเรื่องการเดิมพันมวยสากลในปัจจุบันก็ทำได้ง่ายเช่นกัน